ทำความเข้าใจกับคำว่าแคลอรี

ไขมันกำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในทุกวันนี้ คำแนะนำที่นิยมพูดกันคือ “ให้ระวังเรื่องไขมัน แล้วคุณก็ไม่จำเป็นจะต้องกังวลเกี่ยวกับอะไรอีก” แต่ข้อความนี้ง่ายเกินไปและนำหลายๆคนให้หลงทางในความพยายามควบคุมน้ำหนัก ของพวกเขา ไขมันนั้นสำคัญ แต่ค่าพลังงานหรือแคลอรีก็ยังคงนับด้วย น้ำหนักที่ถือว่ามีสุขภาพดีจะขึ้นกับความสมดุลระหว่างแคลอรีที่เรากินเข้าไป และพลังงานรวมที่เราใช้ออกไปในทุก ๆ วันสิ่งที่คุณต้องการ

ร่างกายคนเราจะใช้พลังงานมากเท่าใดในแต่ละวันขึ้นกับปัจจัยหลักสามประการ:
1. เรามีมวลกล้ามเนื้อมากน้อยเท่าใดปัจจัยนี้มีอิทธิพลมากที่สุดกับแคลอรีที่ต้องการ เนื่องจาก กล้ามเนื้อของเราใช้พลังงานวันละ 24 ชั่วโมง พลังงานที่ใช้อย่างต่อเนื่อง (หรือที่ทราบกันในชื่อ เมตาโบลิซึมของคุณ) จะเป็นส่วนใหญ่ของความต้องการด้านพลังงานของเรา
2. เราแบกน้ำหนักไปมากเท่าใดยิ่งเราหนักเท่าใดแม้แต่น้ำหนักนั้นคือไขมันส่วนเกินในร่างกาย ร่างกายเรายิ่งต้องการพลังงานที่จะเคลื่อนที่จากจุด A ไปยังจุด B
3. เราเคลื่อนน้ำหนักของเราไปไกลเท่าใดในแต่ละวันPคนที่ยืนอยู่บนเท้าทั้งสองข้างตลอดวันต้องการพลังงานมากกว่าคนที่ใช้เวลาทั้งวันไปกับการนั่ง เช่นเดียวกัน การวิ่งเผาผลาญพลังงานมากกว่า การเดินในระยะเวลาเดียวกันเนื่องจากการวิ่งพาเราไปไกลกว่า คุณอาจแปลกใจว่าการวิ่งเป็นระยะทางสองไมล์เผาผลาญพลังงานมากกว่า การเดินเป็นระยะทางสองไมล์เพียงเล็กน้อยเนื่องจากคุณเคลื่อนที่ไปด้วยระยะทางเท่าเดิม


แหล่งของแคลอรี
ร่างกายของเราสกัดพลังงานจากแหล่งพลังงานในอาหารสี่แหล่งด้วยกัน คือ:
-ไขมัน
-คาร์โบไฮเดรต
-โปรตีน
-แอลกอฮอล์ ไขมันได้รับความสนใจมากเนื่องจากมันเป็นหนทางที่เร็วที่สุดในการเอาชนะแคลอรีในการกินพลังงานเข้าไปในแต่ละวัน เปรียบเทียบค่าแคลอรีของ

อาหารพื้นๆเหล่านี้ดู
-1ช้อนโต๊ะของน้ำมันพืช (ไขมันล้วนๆ) – 120 แคลอรี
-1 ช้อนโต๊ะของน้ำตาล (คาร์โบไฮเดรตบริสุทธิ์) — 45 แคลอรี
-1 ออนซ์ ของเนื้อปราศจากไขมันounce very lean meat
(protein and water) — 35 calories

-1 ounce (2 tablespoons) 90 proof liquor (alcohol and water) — 75 calories

-ข้อมูลจาก uspopcorn.in.th

Back to Top